# DBD ระบุ กฎการจดทะเบียนนอมินีฉบับใหม่มุ่งเป้าการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในภายหลัง

> ประกาศ DBD วันที่ 31 กรกฎาคม อธิบายเหตุผลที่คำสั่ง 2/2569 ครอบคลุมการแก้ไขทะเบียนบางกรณีเพิ่มจากการจดทะเบียนจัดตั้ง กรมระบุกฎมีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ของไทยระบุว่า กฎการจดทะเบียนฉบับใหม่มีเป้าหมายเพื่อสกัดรูปแบบการหลีกเลี่ยงผ่านนอมินี (nominee) ที่เกิดขึ้นภายหลังบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งแล้ว ใน[ประกาศฉบับวันที่ 31 กรกฎาคม](https://www.dbd.go.th/news/32931072569) DBD ระบุว่าคำสั่งที่ 2/2569 มีผลตั้งแต่วันที่ **1 สิงหาคม 2026** และขยายการตรวจสอบที่กำหนดไว้จากขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งไปถึงการแก้ไขทะเบียนในภายหลัง [Nation Thailand รายงานอย่างเป็นอิสระ](https://www.nationthailand.com/business/economy/40069258) เกี่ยวกับประกาศฉบับนี้และวันที่มีผลบังคับใช้

ข้อกำหนดการยื่นเอกสารตามคำสั่งนี้มีรายงานไว้แล้วในรายงานของ Houseviser [ฉบับวันที่ 23 กรกฎาคม](/th/news/thailand-dbd-bank-trail-rules-august-2026) ส่วนประกาศ DBD ฉบับหลังนี้เพิ่มเติมคำอธิบายของกรมเกี่ยวกับช่องว่างที่คำสั่งฉบับนี้ระบุว่าต้องการแก้ไข

## เหตุใด DBD จึงขยายการตรวจสอบไปถึงการแก้ไขทะเบียน

ตามข้อมูลของ DBD การคัดกรองก่อนหน้านี้เน้นที่ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้ง รวมถึงการตรวจสอบเงินลงทุนของนักลงทุนไทยในนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงกว่า กรมระบุว่าผู้ยื่นจดทะเบียนอาจตั้งนิติบุคคลขึ้นนอกเงื่อนไขการคัดกรองเบื้องต้น แล้วจึงแก้ไขทะเบียนภายหลังเพื่อเพิ่มการลงทุนจากต่างชาติ การถือหุ้นของชาวต่างชาติ หรือกรรมการที่มีอำนาจลงนามซึ่งเป็นชาวต่างชาติ DBD อธิบายว่าคำสั่งที่ 2/2569 ขยายการตรวจสอบไปถึงการแก้ไขทะเบียนเหล่านั้น แทนที่จะถือว่าขั้นตอนจดทะเบียนจัดตั้งเป็นจุดตรวจสอบเพียงจุดเดียว

สำหรับคำขอที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนจากต่างชาติหรือชาวต่างชาติที่มีอำนาจลงนาม DBD ระบุว่าคำสั่งกำหนดให้ต้องมีคำชี้แจงการลงทุนและหลักฐานบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน ทั้งจากนักลงทุนไทยผู้ชำระเงินลงทุนและจากตัวแทนหรือนิติบุคคลผู้รับเงินนั้น ประกาศระบุว่ามีเป้าหมายเพื่อประเมินความสามารถที่แท้จริงของนักลงทุนในการลงทุน

## การตรวจสอบแยกต่างหากของกรมที่ดิน

[ประกาศฉบับวันที่ 1 มิถุนายนจากสำนักงานที่ดินกบินทร์บุรี สังกัดกรมที่ดิน](https://www.dol.go.th/kabinburi/press-release/news-1779765676/) อธิบายการตรวจสอบการโอนที่ดินแยกต่างหาก สำหรับผู้รับโอนที่เป็นบุคคลธรรมดา ประกาศระบุว่าธุรกรรมที่ดินมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้นในเรื่องแหล่งเงินทุน รายได้ อาชีพ และฐานะทางการเงินของผู้ซื้อ ประกาศฉบับเดียวกันกล่าวถึงธุรกรรมของนิติบุคคลแยกต่างหาก รวมถึงการตรวจสอบบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติ

ประกาศของกรมที่ดิน (Land Department, DOL) ฉบับนี้มีขึ้นก่อนคำอธิบายของ DBD เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ประกาศดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงรอบการตรวจสอบรายเดือน ข้อกำหนดการรายงานรายไตรมาส หรือว่ามาตรการของกรมที่ดินเกิดจากคำสั่งที่ 2/2569 ในทำนองเดียวกัน ประกาศ DBD ฉบับวันที่ 31 กรกฎาคมก็ไม่ได้อธิบายกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง DBD กับกรมที่ดินสำหรับหลักฐานการจดทะเบียนใหม่นี้

## ความเกี่ยวข้องกับภูเก็ต

DBD ระบุว่ามีนิติบุคคลไทยที่ยังดำเนินกิจการอยู่ **119,116** แห่งซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติระหว่าง 0.01% ถึง 49.99% ณ วันที่ออกประกาศ นอกจากนี้ยังระบุชื่อภูเก็ตและกระบี่ไว้ในกลุ่มจังหวัดที่กรมจะดำเนินการตรวจสอบกิจกรรมที่มีความเสี่ยงด้านนอมินีต่อไป

สำหรับผู้ซื้อในภูเก็ตที่กำลังพิจารณาใช้โครงสร้างบริษัทไทย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีอยู่ที่ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท นั่นคือ การแก้ไขในภายหลังที่เกี่ยวกับการถือหุ้นของชาวต่างชาติหรืออำนาจลงนามอาจต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักฐานแบบเดียวกับการยื่นจดทะเบียนครั้งแรก นี่ไม่ใช่ข้อค้นพบที่กล่าวโทษบริษัท แปลงที่ดิน หรือธุรกรรมใดเป็นการเฉพาะ และไม่มีแหล่งข่าวใดข้างต้นรายงานว่าการติดธงของ DBD ส่งผลกระทบต่อการโอนที่ดินรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ

## สิ่งที่ยังไม่ทราบ

- ประกาศของ DBD ไม่ได้ระบุว่าหลักฐานตามคำสั่งที่ 2/2569 ถูกแบ่งปันกับกรมที่ดินระหว่างการพิจารณาโอนที่ดินหรือไม่ และอย่างไร
- ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ประกาศข้อจำกัดความรับผิดชอบใหม่เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บทความนี้ไม่ได้กล่าวอ้างเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
- ประกาศของกรมที่ดินไม่ได้ระบุว่าเกณฑ์มูลค่าธุรกรรมดังกล่าวใช้กับการซื้อขายทั่วไปทุกรายการของผู้ซื้อชาวไทยอย่างไร

สำหรับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงด้านนอมินี โปรดดูคู่มือของ Houseviser เรื่อง [[thai-company-property-ownership|โครงสร้างบริษัทไทยเพื่อการถือครองอสังหาริมทรัพย์]] และ [[foreign-business-act|พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว]] บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

